ตำนานรักแม่นากพระโขนง

ตำนานรักแม่นากพระโขนง

อีกหนึ่งตำนานรักเรื่องราวของแม่นากพระโขนงปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยเล่าว่า มีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาก ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนากตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนากจึงต้องอยู่ตามลำพังเวลาผ่านไป ท้องของนางนากก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนากไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนากเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนากก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลมหลังจากนั้น ศพของนางนากได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัด ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ผีนางนากก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน จนวันหนึ่งขณะที่นางนากตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนากทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากันนายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาก ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนากออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบางในที่สุด นางนากก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่ จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งเก็บหม้อที่ถ่วงนางนากได้ขณะทอดแหจับปลา นางนากจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้

เพื่อน แพง ตำนานรักของพี่น้องที่รักชายคนเดียวกัน

เพื่อน แพง ตำนานรักของพี่น้องที่รักชายคนเดียวกัน

เพื่อน แพง เป็นเรื่องราวของความรักสามเศร้าและโศกนาฏกรรมจากเรื่องสั้นของ ยาขอบ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครหลายครั้ง โดยเรื่องราวของเพื่อน แพง นั้นนำเอาเรื่องราวความรักของวรรณคดีเรื่อง พระลอ มาเขียนขึ้นใหม่ เรื่องราวของ เพื่อน แพง เกิดขึ้น ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีลูกสาวสองคนชื่อว่า เพื่อน แพง เพื่อนเป็นคนพี่มีรูปร่างและน่าตาสวยงาม ส่วนแพง ค่อนข้างเป็นหญิงแก่นแก้วและซน เป็นระอาแก่พ่อและพี่สาว ขณะที่ชาวนาหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า เจ้าลอ ซึ่งคบหาดูใจกับเพื่อนมานานแล้ว ส่วนแพงนั้นเขารู้สึกแค่น้องสาว แต่สำหรับแพง รักและเทิดทูนเจ้าลอมาก เพราะว่าพ่อและพี่สาวไม่ค่อยชอบแพงเท่าใดนักเพราะคิดว่า แพงทำให้แม่ตายตอนคลอด เจ้าลอ สารภาพรักกับ เพื่อน และสู่ขอพ่อของเพื่อน และอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานกัน แพง รู้จึงเสียใจมากแต่ต้องเก็บความรักข้างเดียวไว้ ส่วนเจ้าลอได้สาบานกับเพื่อนต่อหน้าต้นไทรกลางหมู่บ้านว่าจะรักเพื่อนและภักดีจนวันตาย หากผิดคำสาบานขอให้มีอันเป็นไป และวันหนึ่ง แพง สารภาพรักกับเจ้าลอว่าไม่ได้รักในแบบพี่ชาย เพื่อนรู้เข้าและด่าว่าแพง ว่าแย่งผัวตนเอง ทำให้พ่อโกรธแค้น ไล่ออกจากบ้าน ต่อมาไม่นาน เพื่อน ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อเยี่ยมญาติแต่เพื่อนหลงใหลในแสงสีของเมืองกรุงและหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวย ขณะที่เจ้าลอตามหาเพื่อนในกรุงเทพและพบว่าเพื่อนมีใจให้ชายอื่น ลอเสียใจและกลับมาที่หมู่บ้านโดยมีแพงดูแลอยู่ไม่ห่าง จนทั้งสองได้เสียกัน ส่วนเพื่อนถูกชายผู้นั้นทิ้งและหนีกลับมาที่บ้านเพื่อขอคืนดีลออีกครั้งและพบว่าลอรักกับแพงน้องสาวตนเอง เพื่อนกับแพงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนประกาศตัดความเป็นพี่น้อง ประกอบกับชาวบ้านรังเกียจทั้งลอและแพงว่าคบชู้กัน […]

เรื่องราวของ โรเมโอ และ จูเลียต

เรื่องราวของ โรเมโอ และ จูเลียต

แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักที่แต่งขึ้นมาแต่ความรักที่บริสุทธิ์นำไปสู่โศกนาฏกรรมความรักที่ทำให้มีคนจดจำมากที่สุด เรื่องราวนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละครเวที ภาพยนตร์ มากมาย เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวท่ามกลางความขัดแย้งของสองตระกูล โรเมโอ และ จูเลียต (Romeo and Juliet) เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมความรัก ประพันธ์โดยวิลเลียม เชกสเปียร์ ถูกเขียนขึ้นราวปี 1595 โรเมโอ และ จูเลียต เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปี 1600 ที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี มี 2 ตระกูลใหญ่คือ ตระกูลคาปุเล็ตและมอนตาคิว ทั้งสองตระกูลนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาและเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานาน ซึ่งทั้งสองตระกูลมีทายาท ตระกูลมอนตาคิวคือ โรเมโอ และตระกูลคาปุเล็ตคือ จูเลียต วันหนึ่งโรเมโอได้แฝงตัวเข้าไปในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ตและได้พบกับจูเลียต แรกพบกันทั้งสองต่างรู้สึกดีต่อกันทั้งคู่สานความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรักและแต่งงานอย่างลับๆ ต่อมาเพื่อนรักของโรเมโอทะเลาะกับญาติของจูเลียตเพราะรู้เรื่องโรเมโอและถูกญาติของจูเลียตฆ่าตาย ต่อมาโรเมโอโกรธมากและพลั้งมือฆ่าญาติของจูเลียตตาย ทำให้โรเมโอถูกพิพาทษาเนรเทศออกจากเมือง ขณะที่ตระกลูของจูเลียตรู้ว่าเธอคบกับโรเมโอทายาทของตระกูลซึ่งเป็นศัตรู จึงได้บังคับให้จูเลียตแต่งงานกับชายหนุ่มที่ตระกูลเลือกให้ แม้ว่าเธอไม่เต็มใจ จูเลียตพยายามหลีกเลี่ยงงานแต่งด้วยการหายาวิเศษที่เชื่อว่าสามารถทำให้นอนหลับเหมือนคนตายเธอจึงกินยาแล้วหลับ โรเมโอวางแผนจะลักพาจูเลียตหนี แต่เมื่อมาถึงพบว่าจูเลียตหลับและคิดว่าเธอตายแล้ว โรเมโอจึงกินยาพิษฆ่าตัวตายและเมื่อจูเลียตตื่นขึ้นมาพบว่าโรเมโอตาย เธอจึงใช้กริซข้างตัวเขาแทงที่หน้าอกตัวเองตายตาม

ตำนานความรักของทัชมาฮาล

ตำนานความรักของทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล คือสถาปัตยกรรมที่น่าทึ้งแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของความรักที่น่าจดใจของประเทศอินเดีย สถาปัตยกรรมที่งดงามถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนถูกขนานนามว่าเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ทัชมาฮาลนั้นแม้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ชาวอินเดียรู้จักดีว่า เป็นสุสานหินอ่อนที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล เรื่องราวนี้สันนิฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงปี 1590 สมัยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล เล่ากันตามตำนานว่า เจ้าชายขุร์รัม ต่อมาได้พระนามว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน พระราชสมภพในปี 1592 ซึ่งพระบิดาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชะฮันคีร์ จักรพรรดิองค์ที่ 4 ของราชวงศ์โมกุลผู้ปกครองเมืองอินเดียในสมัยนั้น เมื่อเจ้าชายขุร์รัม มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ได้พบกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม บุตรสาวของรัฐมนตรี ซึ่งพระองค์เกิดหลงรักนางอย่างมาก ถึงขั้นที่พระองค์ซื้อเพชรให้เธอด้วยเงินสูงถึง 10,000 รูปี จนกระทั่งพระองค์ทูลพระบิดาว่าอยากแต่งงานกับบุตรีของรัฐมนตรีผู้นี้ และพิธีสมรสถูกจัดขึ้นในปี 1612 ซึ่งทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข จนถึงช่วงที่ เจ้าชายขุร์รัม ขึ้นครองบัลลังก์พระองค์เรียกมเหสีรักว่า มุมตัซ มาฮาล “อัญมณีแห่งราชวัง” ซึ่งมีพระทัยต่อพระองค์ในทุกด้าน แต่แล้วความรักก็มิอาจยั่งยืนตลอดไป เมื่อพระมเหสีมุมตัสสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 สร้างความโศกเศร้าให้แก่พระองค์อย่างมาก ต่อมาพระองค์ได้นำราชสมบัติต่างๆมาสร้างเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักแด่มเหสีที่รัก พระองค์ตรอมพระทัยในหลายปี จนกระทั่งสวรรคตในปี 1666 และพระศพถูกฝังข้างพระมเหสี ภายในทัชมาฮาล

รักต่างชนชั้น ความรักของนางโชว์กับสุลต่าน

รักต่างชนชั้น ความรักของนางโชว์กับสุลต่าน

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับความรักต่างชนชั้นต่างฐานะ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1930 เป็นช่วงที่สงครามโลกกำลังปะทุขึ้น เรื่องราวความรักของนางโชว์สามัญชนธรรมดาหาเรื่องครอบครัว กับ สุลต่าน ผู้ร่ำรวยล้นฟ้า แม้ความรักของทั้งคู่จะดูเหมือนเป็นอุปสรรคหลายๆอย่างทั้งฐานะ วัย รวมถึงศาสนา แต่ความรักทั้งสองคนนั้นกลับเป็นที่จดจำของหลายๆคนที่ทราบเรื่องราวความรักนี้ ย้อนกลับไปในช่วงปี 1930 ซิสซี ฮิลล์ หญิงสาวสวยวัย 20 ปี เธอต้องจากบ้านเกิดและครอบครัวของเธอมายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษมาทำงานเป็นนางโชว์ที่คณะคาบาเรต์ของโรงแรมโกรฟเนอร์แห่งหนึ่ง วันหนึ่งสุลต่านจาก รัฐยะโฮร์ ทายาทแห่งราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์และร่ำรวยวัย 60 ปี ซึ่งได้เสด็จมาพักที่โรงแรมดังกล่าว สายตาของเขาสะกดความงามของ ซิสซี ในทันที ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเป็นไปอย่างลับๆ เนื่องจากสุลต่านอิบราฮิมได้ทรงสมรสและมีพระชายาอย่างออกหน้าออกตาอยู่แล้ว ระหว่างที่ทั้งคู่คบกันนั้นสุลต่านอิบราฮิมทรงให้ของกำนัลราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ เงินทอง ให้แก่ซิสซี นอกจากนี้ยังทรงให้สร้างบ้านริมทะเลสไตล์ อาร์ต เดคโค ให้แก่เธอด้วย ละแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกเปิดเผยเมื่อคนร้ายบุกเข้าไปกวาดทรัพย์สินในบ้านพักของซิสซี และเครื่องประดับที่มีชื่อของสุลต่านสลักไว้ ทำให้เรื่องราวของทั้งคู่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชนในที่สุด และทำให้สุลต่านฮิบราฮิมถูกกดดันจากทุกด้านรวมถึงรัฐบาลอังกฤษที่ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง ในที่สุดสุลต่านทรงจำใจถอนหมั้นซิสซี แต่แล้วในปี 1940 ซิสซี เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเยอรมันทิ้งระเบิดในย่านช้อปปิ้งเมืองแคนเทอร์บิวรี

ตำนานสามเศร้าองค์หญิงเกาหลี

ตำนานสามเศร้าองค์หญิงเกาหลี

ตำนานรักสามเศร้าที่ถูกกล่าวขานว่าน่าเศร้าสลดเป็นที่สุดเรื่องหนึ่ง ภายหลังจากที่ได้เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ขององค์ชายโฮดง บุ๊กกูได้รับรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดและภาระหน้าที่ที่แสนเจ็บปวด นั่นก็คือ ความจริงที่ว่าทรงเป็นองค์หญิงชา-มย็อง แห่งแคว้นนังนังและจำเป็นต้องกำจัดองค์ชายแห่งแคว้นโกคูรยอ จึงได้เสด็จกลับไปยังพระราชวังจินยาง กรุงวังกอมซอง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนังนัง พร้อมกับได้มอบหมายหน้าที่นี้แต่เนื่องพระองค์ยังทรงมีความผิดติดตัวคือการสังหารแม่ทัพใหญ่ของนังนัง จึงได้ทำการจัดฉากการประหารองค์หญิงชา-มย็องขึ้น และองค์หญิงชา-มย็องได้ตัดสินใจบำเพ็ญเพื่อเป็นธิดาเทพ แห่งอาณาจักรนังนัง และหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับแม่ทัพใหญ่วังโฮในขณะที่พระเจ้าแดมูซินกับองค์ชายโฮดงได้ว่าแผนจัดฉากเพื่อที่องค์ชายจะได้ไปเป็นไส้ศึกภายในอาณาจักรนังนัง โดยอาศัยความรักของ องค์หญิงลาฮีซึ่งเป็นองค์หญิงรัชทายาทแห่งนังนัง เป็นเครื่องมือ และด้วยความรักขององค์หญิงนังนังที่มีให้ต่อองค์ชายโฮดง ทำให้ยอมขายชาติ และสังหาร องค์หญิงชา-มย็อง พระราชขนิษฐาที่พระองค์แสนชัง ด้วยมือของพระองค์เอง แต่ภายหลังโกคูรยอชนะศึก องค์ชายโฮดงได้ผิดสัญญาที่ได้ให้ไว้กับองค์หญิงนังนัง และสุดท้ายองค์หญิงลาฮีก็ได้ถูกประชาทัณฑ์จากประชาชนโดยที่องค์ชายโฮดงไม่สามารถช่วยอะไรได้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้องค์ชายโฮดงต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักคือ องค์หญิงชา-มย็อง และต้องรู้สึกผิดไปตลอดกาลกับ องค์หญิงลาฮี และยังกลายเป็นบุตรเขยที่สังหารพระบิดาและพระมารดาของพระชายา

ตำนานรักมะเมียะสาวพม่า

ตำนานรักมะเมียะสาวพม่า

มะเมียะเป็นแม่ค้าสาวชาวพม่า พบรักกับเจ้าอุตรการโกศล ศุขเกษม ณ เชียงใหม่เจ้าอุตรการโกศลแห่งนครเชียงใหม่ เมื่อเจ้าน้อยฯ อายุ 19 ปี ขณะที่เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้ออกเดินเที่ยวในตลาด จึงได้คบหากันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โดยทั้งสองได้สาบานต่อกัน ณ ลานหน้าพระธาตุใจ้ตะหลั่น ว่า จะรักกันตลอดไปและจะไม่ทอดทิ้งกัน หากผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น มะเมียะก็ได้ปลอมตัวเป็นชายติดตามขบวนเพื่อกลับไปยังเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า ตามความต้องการของเจ้าน้อยฯ โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของเจ้าน้อยฯ ได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวลให้เจ้าน้อยฯ ไว้แล้วเมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามรีมหาเทวี มอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบขวัญแก่พ่อแม่และน้อง จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนดเดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใดๆ มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษมหลังจากที่ทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศลฯ กับเจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีแต่แต่เจ้าน้อยไม่กล้าพบมะเมียะจึงมอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน 80 บาท ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะและเจ้าน้อยต่างสะเทือนใจเป็นที่สุดหลังจากเดินทางถึงเมืองมะละแมร่งแม่ชีมะเมียะจึงตัดสินใจบวชตลอดชีวิต

ตำนานรักโรเมโอและจูเลียต

ตำนานรักโรเมโอและจูเลียต

โรเมโอและจูเลียต เป็นนิยายของชาวยุโรปที่แต่งขึ้นโดย วิลเลียม เชกสเปียร์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งของสองตระกูล ในเมืองเวโรนา ประเทศอิตาลีเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อโรเมโอแห่งตระกูลมอนตาคิวได้แอบแฝงกายเข้าไปในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ตและได้พบกับจูเลียต เพียงทั้งคู่สบตากันทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน แต่กลับมีอุปสรรคเพราะความบาดหมางกันของทั้ง 2 ตระกูล โรเมโอกับจูเลียตจึงได้จัดการแต่งงานกันอย่างลับ ๆ วันหนึ่งเมอร์คิวชิโอ เพื่อนรักของโรเมโอเกิดการทะเลาะกับญาติของจูเลียตและญาติของจูเลียตก็ได้ฆ่าเพื่อนรักของโรเมโอตาย โรเมโอโกรธมากจึงได้พลั้งมือฆ่าญาติของจูเลียตตาย โรเมโอจึงได้รับคำตัดสินให้เนรเทศออกนอกเมืองตลอดกาล ฝ่ายจูเลียตต้องแต่งงานโดยที่จูเลียตไม่ต้องการ จูเลียตจึงพยายามหาทางที่จะหลีกหนีงานแต่งงาน เมื่อจูเลียตได้รู้เรื่องยาวิเศษที่ทำให้หลับเหมือนตายจากบาทหลวงที่ทำพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่จึงกินเข้าไป จากนั้นบาทหลวงก็ส่งม้าเร็วส่งสารถึงแผนการดังกล่าวแก่โรมิโอ แต่โรเมโอสวนกับคนส่งสาร โรเมโอมาถึงเข้าใจว่าจูเลียตตายจริงๆ จึงเสียใจมากจึงดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย โรเมโอสิ้นใจเพียงครู่เดียวจูเลียตก็ฟื้นขึ้นมา พอจูเลียตเห็นดังนี้นจึงใช้กริชของโรเมโอฆ่าตัวตายตามโรเมโอไป บิดามารดาและญาติทั้งสองตระกูลเสียใจมาก จึงเลิกวิวาทบาดหมางกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ตำนานรักสะพานสารสิน

ตำนานรักสะพานสารสิน

ความรักที่เหมือนนิยายน้ำเน่าเรื่องนี้ ถูกถ่ายทอดจากชีวิตจริงของหญิงสาวที่มีฐานะดีแห่งเมืองภูเก็ต กับกระทาชายนายหนึ่งที่เป็นเพียงคนขับรถรับจ้างหางแถวเท่านั้น ทั้งคู่ถูกขัดขวางทุกวิถีทางจากพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ให้ครองคู่อยู่กิน จนในที่สุดเมื่อความรักถึงทางตัน วันที่ 22 ก.พ. 2516 ทั้งคู่ผูกผ้าขาวม้าเอาตัวติดกัน แล้วกระโดดลงจากสะพานสารสินลงสู่ทะเล หลังจากนั้นสะพานแห่งนี้ได้ถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์รักแท้แห่งเมืองภูเก็ตสืบมาสะพานสารสิน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นสถานที่ที่เป็นตำนานความรักของหนุ่มสาวสองคนที่ไม่สมหวัง คือ โกดำ ดำ แซ่ตันกับ กิ๊ว กาญจนา แซ่หงอ ที่มีความแตกต่างกันทางฐานะ ด้วยโกดำเป็นเพียงคนขับรถสองแถวรับจ้างและรับจ้างกรีดยาง ขณะที่กิ๊วมีฐานะที่ดีกว่า และเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู โดยที่ผู้ใหญ่ทางบ้านของกิ๊วได้กีดกั้นทั้งสองคบหากัน ในที่สุดทั้งคู่จึงตัดสินใจกระโดดน้ำตายที่กลางสะพานสารสิน ด้วยการใช้ผ้าขาวม้ามัดตัวทั้งสองไว้ด้วยกัน ซึ่งเรื่องราวของทั้งคู่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ คือ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2530 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง และจินตรา สุขพัฒน์ และ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2541 นำแสดงโดย นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล และคทรีน่า กลอส ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทางช่อง 3นอกจากนี้แล้ว ยังมีเรื่องเล่ากันว่า ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จะมีกระต่ายสีขาวตาสีแดงคู่หนึ่ง […]

เมิ่งเจียงหนี่

เมิ่งเจียงหนี่

ในสมัยราชวงศ์จิ๋น มีหญิงสาวที่มีความงดงามทั้งกายและใจ ชื่อว่าเมิ่งเจียงหนี่ เธอเกิดรักแรกพบกับหนุ่มฟ่านสี่เหลียง หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากพ่อแม่ ทั้งคู่ก็ได้เตรียมจะแต่งงานกัน ในตอนนั้นจิ๋นซีฮ่องเต้ต้องการสร้างกำแพงเมืองจีน จึงได้เกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นคนงานในวันที่ทั้งคู่กำลังจะเข้าหอนั้น ฟ่านสี่เหลียงก็ได้ถูกจับตัวไปสร้างกำแพง และได้ถูกส่งตัวไปทำงานในแดนอันไกลโพ้น เมิ่งเจียงหนี่โศกเศร้าอาดูรเป็นอย่างมาก เฝ้าแต่คิดถึงสามีตลอดทั้งวันทั้งคืน อากาศนับวันยิ่งหนาวเหน็บลงทุกวัน เมิ่งเจียงหนี่จึงได้ตั้งใจทำเสื้อกันหนาว แล้วตัดสินใจออกเดินทางเพื่อนำเสื้อกันหนาวไปส่งให้สามี เมิ่งเจียงหนี่ฝ่าฟันกับพายุหิมะด้วยความยากลำบาก ในที่สุดเธอก็มาถึงกำแพงเมืองจีน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือกำแพงที่ตั้งตระหง่าน เธอหาสามีของตนเองไม่เจอ เมื่อสอบถามผู้คนแล้วจึงทราบว่าฟ่านสี่เหลียงถูก ใช้แรงงานอย่างหนักจนเสียชีวิต ร่างของเขาได้ถูกฝังอยู่ใต้กำแพง เธอร้องไห้อยู่สามวันสามคืน จนสะเทือนถึงสวรรค์เบื้องบน สวรรค์จึงบันดาลให้กำแพงพังทลายลง แปดร้อยลี้ แล้วศพของฟ่านสี่เหลียงก็โผล่ขึ้นมาจากกองอิฐ ในที่สุดนางก็ได้พบสามีที่เฝ้าคำนึงหามานานตำนานรักเรื่องนี้อิงมาจากประวัติศาสตร์จีนที่ในยุคสมัยของราชวงศ์จิ๋นนั้นถึงแม้จะหมดยุคสงครามไปแล้วแต่ก็เป็นการพัฒนาบ้านเมืองหลังจากที่ราชวงศ์จิ๋นได้รวมแผ่นดินได้สำเร็จประกอบกับผู้ปกครองไม่มีความเมตตาธรรมทำให้การพัฒนาบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกิดเป็นตำนานรักในครั้งนี้ขึ้น