รักต้องห้ามของคลีโอพัตราและมาค แอนโทนี่

รักต้องห้ามของคลีโอพัตราและมาค แอนโทนี่

อียิปต์ดินแดนแห่งตนกำเนิดอารยธรรมยามนานมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในดินแดนแห่งนี้และต่างก็เป็นที่สนใจของโลกในปัจจุบันหลายประเทศต่างก็ศึกษาเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้ไม่เว้นแม้แต่ประเทศของเราซึ่งนอกจากร่องรอยสถาปัตยกรรมแล้วทางด้านตำนานความเชื่อก็สามารถเข้าถึงคนในยุคนั้นได้รวมไปถึงเรื่องความรักแน่นอนว่าคนอียิปต์ก็รักเป็นจากประวัติเมืองที่ยาวนานต้องมีแน่ๆเรื่องความรักของผู้ครองชั้นสูงที่ไม่ถูกจารีตหรืออาจเกิดความรักกับศัตรูตามตำนานอียิปต์ความรักระหว่างคลีโอพัตราและมาค แอนโทนี่เกิดจากเกิดการผูกมิตรของคนทั้งคู่เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับชาติอียิปต์ แต่เพราะความสวยและความฉลาดหลักแหลมทำให้ มาค แอนโทนี่ตกหลุมรักคลีโอพัตราอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งคู่จึงย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย นั่นทำให้อียิปต์มีทหารที่แข็งแกร่งคอยป้องกันบัลลังก์ จึงทำให้ออคตาเวี่ยนผู้ครองกรุงโรมโกรธมาก เนื่องจากมาคแอนโทนี่มีภรรยาแล้วและเธอคนนั้นก็เป็นน้องสาวของเขานั่นเอง สงครามจึงเกิดขึ้นเมื่อออคตาเวี่ยนบุกไปทำสงครามทางเรือกับอียิปต์แต่ในระหว่างการทำสงคราม มาค แอนโทนี่เห็นว่ามีทีท่าจะแพ้จึงส่งคลีโอพัตรากลับเข้าเมืองอเล็กซานเดรียและเขาได้ตามกลับไปแต่มีข่าวลือว่าคลีโอพัตราตายแล้ว  เขาเสียใจเป็นอย่างมากจึงได้ฆ่าตัวตายตามไป แต่กลายเป็นว่าคลีโอพัตรายังไม่ตายและทันทีที่นางรู้ว่าสามีของนางตายแล้ว นางจึงฆ่าตัวตายตามโดยใช้งูพิษอียิปต์กัดที่หน้าอกข้างซ้าย  

ความรักกล่อมโลกออร์ฟีอุสและยูริดีซี

ความรักกล่อมโลกออร์ฟีอุสและยูริดีซี

ความเชื่อของคนเรื่องเทพเจ้ามีอยู่ทุกประเทศแต่ยิ่งประเทศไหนมีความยาวนานต่างประวัติศาสตร์แล้วความเชื่อเหล่านั้นก็จะฝั่งใจกับคนพื้นเมืองนั้นๆหรือดพราะอาจไม่สามารถหาข้อมูลได้จึงไม่สามารถแยกออกได้ว่านั่นคือเทพนิยายหรือความจริงดั่งเช่น ในตำนานกรีกโบราณ ออร์ฟีอุสเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความสามารถในการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงได้อย่างไพเราะจับใจ เขาได้รับการถ่ายทอดพรสวรรค์นี้จากมารดาของเขาและยังได้รับพิณวิเศษจากเทพอะพอลโล เทพแห่งการดนตรี ออร์ฟีอุสได้แต่งงานกับสาวงามนามว่ายูริดิซีและทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข มีคำกล่าวว่าเวลาที่คนเรามีความสุขมักผ่านไปเร็วและสั้นยิ่งนัก ความรักของออร์ฟีอุสและยูริดิซีก็เช่นกัน เมื่อวันหนึ่งยูริดีซีถูกงูกัดตาย เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้กับออร์ฟีอุสเป็นอย่างมากเขาจึงได้เดินทางไปยมโลกและอ้อนวอนร้องขอชีวิตภรรยาของเขากับเทพฮาเดส เทพเจ้าแห่งยมโลก โดยการเล่นพิณ เมื่อฮาเดสได้ฟังก็ชื่นชอบยิ่งนักเพราะเสียงพิณช่างไพเราะเสนาะหู เขาจึงยอมปล่อยให้ออร์ฟีอุสนำวิญญาณของยูริดิซีกลับไปแต่มีข้อแม้ว่าเขาจะไม่หันหลังกลับมาดูจนกว่าจะเดินพ้นยมโลกไม่เช่นนั้นวิญญาณของยูริดีซีจะไม่ได้กลับไปหาเขาตลอดกาล ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าวิญญาณภรรยาของเขาจะกลับมาจริงไหมเขาจึงหันหลังกลับไปดูนั่นทำให้วิญญาณของยูริดีซีต้องกลับไปยมโลกและไม่มีวันได้กลับมายังโลกมนุษย์อีกตลอดกาล

รักที่ไม่มีใครแทนได้ของตริตันกับไอโซลเดอ

รักที่ไม่มีใครแทนได้ของตริตันกับไอโซลเดอ

เรื่องราวความรักที่ถูกจดจำให้เป็นตำนานส่วนมากจะเป็นเรื่องของชนชั้นผู้ปกครองอาจจะเป็นการรักกับตระกูลศัตรูคู่อาฆาตบ้างหรือรักคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วบ้างเพราะการที่เราจะรักใครสักคนไม่ผิด แต่คงผิดถ้าเขาคนนั้นมีคู่ครองแล้ว เช่นเดียวกับความรักของตริตันและไอโซลเดอมีฐานะเป็นลูกสาวของกษัตริย์แห่งไอร์แลนด์ เธอได้ถูกหมั้นหมายให้แต่งงานกับกษัตริย์คอร์นวอลล์ แต่เธอกลับไปตกหลุมรักตริตันหลานชายของกษัตริย์คอร์นวอลล์และมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเขา ไม่นานกษัตริย์คอร์นวอลล์รู้เรื่องและสั่งห้ามไม่ให้ตริตันยุ่งกับไอโซลเดออีกพร้อมทั้งยังให้ออกไปจากคอร์นวอลล์ ต่อมาไม่นานตริตันได้พบกับสาวนางหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับไอโซลเดอทั้งคู่จึงตกลงแต่งงานกัน แต่ความรักของตริตันที่มีให้ไอโซลเดอนั้นไม่มีจางหายเขายังคงคิดถึงนางอยู่ตลอดเวลาทำให้ล้มป่วยลง เพื่อจะให้คลายความคิดถึงและทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่หาย เขาจึงเขียนจดหมายไปหาไอโซลเดอ โดยในจดหมายระบุว่าถ้าเธอตกลงที่จะมาหาให้ชักใบเรือสีขาว แต่ถ้าไม่ให้ชักใบเรือสีดำ ด้วยความที่ไอโซลเดอยังคงเป็นห่วง ยังรัก และถวิลหาในตัวตริตันอยู่นางจึงตัดสินใจแยกจากสามีมาหาเขาทันที  ผู้หญิงทุกคนย่อมมีความหึงหวงในตัวสามี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตคู่เช่นเดียวกับภรรยาของตริตันที่นางหึงหวงตริตัน นางจึงโกหกเรื่องสีใบเรือกับตริตัน เมื่อตริตันเข้าใจผิดคิดว่าไอโซลเดอไม่รักเขาแล้วจึงเสียใจเป็นอย่างมากและตรอมใจตายในที่สุด

รักสามเศร้าของลานเซลอตและกวินิเวียร์

รักสามเศร้าของลานเซลอตและกวินิเวียร์

รักสามเศร้าเป็นเรื่องที่มีกันมาตั้งแต่อดีดจนถึงปัจจุบันมีทั้งคนธรรมดาและคหบดีเศรษฐีซึ่งต้องยอมรับว่าสมัยก่อนเรื่องชนชั้นและประเพณีเป็นเรื่องสำคัญมากจะไม่พบบ่อยแต่โลกใบนี้อยู่คู่กับเรื่องบังเอิญเสมอโดยเฉพาะเรื่องรักสามเศร้าของลานเซลอตหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมที่มีทั้งความเก่ง กำยำและความหล่อเหลา อีกทั้งยังเป็นอัศวินคู่ใจของกษัตริย์อาเธอร์ทรงโปรดปรานและไว้ใจลานเซลอตเป็นอย่างมากถึงขั้นแต่งตั้งให้เป็นราชองค์รักษ์คอยอารักษ์ขาและปกป้องกวินิเวียร์ องค์ราชินีของกษัตริย์อาเธอร์ ในระหว่างที่กษัตริย์อาเธอร์ไม่อยู่ในคาเมลอท กวินิเวียร์เกิดรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ลานเซลอตและกวินิเวียร์จึงได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน เมื่อกษัตริย์อาเธอร์ทราบเรื่องจึงตัดสินใจประหารกวินิเวียร์ทันที ลานเซลอตเมื่อรู้ว่าคนรักจะถูกประหารจึงรีบเข้าไปช่วย ทำให้เกิดการต่อสู้กันของอัศวินโต๊ะกลมที่อยู่ฝ่ายกษัตริย์อาเธอร์และฝ่ายลานเซลอตเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เสียอัศวินโต๊ะกลมไปทันทีหนึ่งคน หลานชายกษัตริย์เซอร์กาเวนและทำให้อัศวินโต๊ะกลมแตกเป็นสองฝ่าย ลานเซลอตถูกตามล่าโดยกษัตริย์เซอร์กาเวนเพราะทำให้หลานชายของเขาตาย ทั้งคู่จึงได้หนีไปใช้ชีวิตเงียบๆ ณ ปราสาทริมทะเลสาบ แต่ด้วยความจงรักภักดีของลานเซลอตที่มีต่อกษัตริย์อาเธอร์เขายังคอยช่วยเหลือกษัตริย์อาเธอร์เรื่องทำศึกสงครามจนกระทั่งสงครามครั้งสุดท้ายเขาได้เสียกษัตริย์อาเธอร์นายผู้เป็นที่รักและอัศวินโต๊ะกลมเพื่อนๆ ของเขาทำให้เขาโศกเศร้าเสียใจและสำนึกผิด ลานเซลอตจึงเก็บตัวและไม่กลับมาสู่โลกภายนอกอีกเลย ส่วนกวินิเวียร์นางตัดสินใจบวชตลอดชีวิตเพื่อสำนึกผิดที่ทำให้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นเช่นนี้

ความรักของนโปเลียนกับโจเซฟีน

ความรักของนโปเลียนกับโจเซฟีน

ในประวัติศาสตร์มีความรักมากมายที่ถูกจนจำให้เป็นตำนานไม่ว่าจะเป็นความรักที่สมหวังหรื่อไม่สมหวังหรืออาจจะเป็นความรักต่างชั้นความห่างของอายุความรักเหล่านี้ต่างก็ยิ่งใหญ่จนทำให้คนจนจำกันมาถึงปัจจุบันไม่ต่างจากเรื่องราวของนโปเลียนนายพลหนุ่มรูปงามฝีมือดีของประเทศฝรั่งเศสที่มีวัยเพียง 16 ปี กลับไปตกหลุมรักโรส สาววัย 32 ปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งๆ ที่โรสนั้นก็แต่งงานมีบุตรแล้วถึงสองคน และยังเป็นหญิงที่เปลี่ยนชายหนุ่มเป็นว่าเล่น เขาจึงเปลี่ยนชื่อของเธอจากโรสเป็นโจเซฟีน เพื่อหวังให้เธอเป็นของเขาคนเดียว ด้านโจเซฟฟีนนั้นหวังเพียงแค่เงินของนโปเลียนเท่านั้น หลังจากแต่งงานได้ไม่นานโปเลียนต้องนำทัพออกศึกไปมิลาน เขาคอยส่งจดหมายพร่ำบอกโจเซฟีนว่ารักและคิดถึงเธอมากแค่ไหน  ด้านโจเซฟีนเมื่อนโปเลียนไม่อยู่จึงแอบไปคบกับชายอื่นและทำมันบ่อยครั้งขึ้นจนกระทั้งนโปเลียนจับได้ และทิ้งเธอไป ทำให้โจเซฟีนรู้ว่าเธอรักนโปเลียนมากแค่ไหน แต่คิดได้ก็สายไปเสียแล้ว จากความรักที่นโปเลียนเคยมีให้โจเซฟีนกลับกลายเป็นความแค้น นโปเลียนเปลี่ยนหญิงสาวเป็นว่าเล่น เพื่อให้โจเซฟีนเจ็บปวดเหมือนที่เธอเคยทำไว้กับเขา  เขาใช้เวลาไปกับการรบเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิของประเทศฝรั่งเศส เมื่อโจเซฟีนไม่อาจมีทายาทให้นโปเลียนได้จึงต้องหย่าร้างกันไป และก่อนที่พระองค์จะสิ้นใจนั้น พระองค์ได้มีคำพูดสุดท้ายว่า ฝรั่งเศส กองทัพ แม่ทัพ โจเซฟีน

ตำนานรักแม่นากพระโขนง

ตำนานรักแม่นากพระโขนง

อีกหนึ่งตำนานรักเรื่องราวของแม่นากพระโขนงปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยเล่าว่า มีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาก ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนากตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนากจึงต้องอยู่ตามลำพังเวลาผ่านไป ท้องของนางนากก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนากไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนากเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนากก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลมหลังจากนั้น ศพของนางนากได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัด ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ผีนางนากก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน จนวันหนึ่งขณะที่นางนากตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนากทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากันนายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาก ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนากออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบางในที่สุด นางนากก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่ จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งเก็บหม้อที่ถ่วงนางนากได้ขณะทอดแหจับปลา นางนากจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้

เพื่อน แพง ตำนานรักของพี่น้องที่รักชายคนเดียวกัน

เพื่อน แพง ตำนานรักของพี่น้องที่รักชายคนเดียวกัน

เพื่อน แพง เป็นเรื่องราวของความรักสามเศร้าและโศกนาฏกรรมจากเรื่องสั้นของ ยาขอบ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครหลายครั้ง โดยเรื่องราวของเพื่อน แพง นั้นนำเอาเรื่องราวความรักของวรรณคดีเรื่อง พระลอ มาเขียนขึ้นใหม่ เรื่องราวของ เพื่อน แพง เกิดขึ้น ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีลูกสาวสองคนชื่อว่า เพื่อน แพง เพื่อนเป็นคนพี่มีรูปร่างและน่าตาสวยงาม ส่วนแพง ค่อนข้างเป็นหญิงแก่นแก้วและซน เป็นระอาแก่พ่อและพี่สาว ขณะที่ชาวนาหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า เจ้าลอ ซึ่งคบหาดูใจกับเพื่อนมานานแล้ว ส่วนแพงนั้นเขารู้สึกแค่น้องสาว แต่สำหรับแพง รักและเทิดทูนเจ้าลอมาก เพราะว่าพ่อและพี่สาวไม่ค่อยชอบแพงเท่าใดนักเพราะคิดว่า แพงทำให้แม่ตายตอนคลอด เจ้าลอ สารภาพรักกับ เพื่อน และสู่ขอพ่อของเพื่อน และอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานกัน แพง รู้จึงเสียใจมากแต่ต้องเก็บความรักข้างเดียวไว้ ส่วนเจ้าลอได้สาบานกับเพื่อนต่อหน้าต้นไทรกลางหมู่บ้านว่าจะรักเพื่อนและภักดีจนวันตาย หากผิดคำสาบานขอให้มีอันเป็นไป และวันหนึ่ง แพง สารภาพรักกับเจ้าลอว่าไม่ได้รักในแบบพี่ชาย เพื่อนรู้เข้าและด่าว่าแพง ว่าแย่งผัวตนเอง ทำให้พ่อโกรธแค้น ไล่ออกจากบ้าน ต่อมาไม่นาน เพื่อน ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อเยี่ยมญาติแต่เพื่อนหลงใหลในแสงสีของเมืองกรุงและหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวย ขณะที่เจ้าลอตามหาเพื่อนในกรุงเทพและพบว่าเพื่อนมีใจให้ชายอื่น ลอเสียใจและกลับมาที่หมู่บ้านโดยมีแพงดูแลอยู่ไม่ห่าง จนทั้งสองได้เสียกัน ส่วนเพื่อนถูกชายผู้นั้นทิ้งและหนีกลับมาที่บ้านเพื่อขอคืนดีลออีกครั้งและพบว่าลอรักกับแพงน้องสาวตนเอง เพื่อนกับแพงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนประกาศตัดความเป็นพี่น้อง ประกอบกับชาวบ้านรังเกียจทั้งลอและแพงว่าคบชู้กัน […]

เรื่องราวของ โรเมโอ และ จูเลียต

เรื่องราวของ โรเมโอ และ จูเลียต

แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักที่แต่งขึ้นมาแต่ความรักที่บริสุทธิ์นำไปสู่โศกนาฏกรรมความรักที่ทำให้มีคนจดจำมากที่สุด เรื่องราวนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละครเวที ภาพยนตร์ มากมาย เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวท่ามกลางความขัดแย้งของสองตระกูล โรเมโอ และ จูเลียต (Romeo and Juliet) เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมความรัก ประพันธ์โดยวิลเลียม เชกสเปียร์ ถูกเขียนขึ้นราวปี 1595 โรเมโอ และ จูเลียต เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปี 1600 ที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี มี 2 ตระกูลใหญ่คือ ตระกูลคาปุเล็ตและมอนตาคิว ทั้งสองตระกูลนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาและเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานาน ซึ่งทั้งสองตระกูลมีทายาท ตระกูลมอนตาคิวคือ โรเมโอ และตระกูลคาปุเล็ตคือ จูเลียต วันหนึ่งโรเมโอได้แฝงตัวเข้าไปในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ตและได้พบกับจูเลียต แรกพบกันทั้งสองต่างรู้สึกดีต่อกันทั้งคู่สานความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรักและแต่งงานอย่างลับๆ ต่อมาเพื่อนรักของโรเมโอทะเลาะกับญาติของจูเลียตเพราะรู้เรื่องโรเมโอและถูกญาติของจูเลียตฆ่าตาย ต่อมาโรเมโอโกรธมากและพลั้งมือฆ่าญาติของจูเลียตตาย ทำให้โรเมโอถูกพิพาทษาเนรเทศออกจากเมือง ขณะที่ตระกลูของจูเลียตรู้ว่าเธอคบกับโรเมโอทายาทของตระกูลซึ่งเป็นศัตรู จึงได้บังคับให้จูเลียตแต่งงานกับชายหนุ่มที่ตระกูลเลือกให้ แม้ว่าเธอไม่เต็มใจ จูเลียตพยายามหลีกเลี่ยงงานแต่งด้วยการหายาวิเศษที่เชื่อว่าสามารถทำให้นอนหลับเหมือนคนตายเธอจึงกินยาแล้วหลับ โรเมโอวางแผนจะลักพาจูเลียตหนี แต่เมื่อมาถึงพบว่าจูเลียตหลับและคิดว่าเธอตายแล้ว โรเมโอจึงกินยาพิษฆ่าตัวตายและเมื่อจูเลียตตื่นขึ้นมาพบว่าโรเมโอตาย เธอจึงใช้กริซข้างตัวเขาแทงที่หน้าอกตัวเองตายตาม

ตำนานความรักของทัชมาฮาล

ตำนานความรักของทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล คือสถาปัตยกรรมที่น่าทึ้งแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของความรักที่น่าจดใจของประเทศอินเดีย สถาปัตยกรรมที่งดงามถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนถูกขนานนามว่าเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ทัชมาฮาลนั้นแม้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ชาวอินเดียรู้จักดีว่า เป็นสุสานหินอ่อนที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล เรื่องราวนี้สันนิฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงปี 1590 สมัยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล เล่ากันตามตำนานว่า เจ้าชายขุร์รัม ต่อมาได้พระนามว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน พระราชสมภพในปี 1592 ซึ่งพระบิดาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชะฮันคีร์ จักรพรรดิองค์ที่ 4 ของราชวงศ์โมกุลผู้ปกครองเมืองอินเดียในสมัยนั้น เมื่อเจ้าชายขุร์รัม มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ได้พบกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม บุตรสาวของรัฐมนตรี ซึ่งพระองค์เกิดหลงรักนางอย่างมาก ถึงขั้นที่พระองค์ซื้อเพชรให้เธอด้วยเงินสูงถึง 10,000 รูปี จนกระทั่งพระองค์ทูลพระบิดาว่าอยากแต่งงานกับบุตรีของรัฐมนตรีผู้นี้ และพิธีสมรสถูกจัดขึ้นในปี 1612 ซึ่งทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข จนถึงช่วงที่ เจ้าชายขุร์รัม ขึ้นครองบัลลังก์พระองค์เรียกมเหสีรักว่า มุมตัซ มาฮาล “อัญมณีแห่งราชวัง” ซึ่งมีพระทัยต่อพระองค์ในทุกด้าน แต่แล้วความรักก็มิอาจยั่งยืนตลอดไป เมื่อพระมเหสีมุมตัสสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 สร้างความโศกเศร้าให้แก่พระองค์อย่างมาก ต่อมาพระองค์ได้นำราชสมบัติต่างๆมาสร้างเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักแด่มเหสีที่รัก พระองค์ตรอมพระทัยในหลายปี จนกระทั่งสวรรคตในปี 1666 และพระศพถูกฝังข้างพระมเหสี ภายในทัชมาฮาล

รักต่างชนชั้น ความรักของนางโชว์กับสุลต่าน

รักต่างชนชั้น ความรักของนางโชว์กับสุลต่าน

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับความรักต่างชนชั้นต่างฐานะ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1930 เป็นช่วงที่สงครามโลกกำลังปะทุขึ้น เรื่องราวความรักของนางโชว์สามัญชนธรรมดาหาเรื่องครอบครัว กับ สุลต่าน ผู้ร่ำรวยล้นฟ้า แม้ความรักของทั้งคู่จะดูเหมือนเป็นอุปสรรคหลายๆอย่างทั้งฐานะ วัย รวมถึงศาสนา แต่ความรักทั้งสองคนนั้นกลับเป็นที่จดจำของหลายๆคนที่ทราบเรื่องราวความรักนี้ ย้อนกลับไปในช่วงปี 1930 ซิสซี ฮิลล์ หญิงสาวสวยวัย 20 ปี เธอต้องจากบ้านเกิดและครอบครัวของเธอมายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษมาทำงานเป็นนางโชว์ที่คณะคาบาเรต์ของโรงแรมโกรฟเนอร์แห่งหนึ่ง วันหนึ่งสุลต่านจาก รัฐยะโฮร์ ทายาทแห่งราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์และร่ำรวยวัย 60 ปี ซึ่งได้เสด็จมาพักที่โรงแรมดังกล่าว สายตาของเขาสะกดความงามของ ซิสซี ในทันที ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเป็นไปอย่างลับๆ เนื่องจากสุลต่านอิบราฮิมได้ทรงสมรสและมีพระชายาอย่างออกหน้าออกตาอยู่แล้ว ระหว่างที่ทั้งคู่คบกันนั้นสุลต่านอิบราฮิมทรงให้ของกำนัลราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ เงินทอง ให้แก่ซิสซี นอกจากนี้ยังทรงให้สร้างบ้านริมทะเลสไตล์ อาร์ต เดคโค ให้แก่เธอด้วย ละแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกเปิดเผยเมื่อคนร้ายบุกเข้าไปกวาดทรัพย์สินในบ้านพักของซิสซี และเครื่องประดับที่มีชื่อของสุลต่านสลักไว้ ทำให้เรื่องราวของทั้งคู่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชนในที่สุด และทำให้สุลต่านฮิบราฮิมถูกกดดันจากทุกด้านรวมถึงรัฐบาลอังกฤษที่ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง ในที่สุดสุลต่านทรงจำใจถอนหมั้นซิสซี แต่แล้วในปี 1940 ซิสซี เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเยอรมันทิ้งระเบิดในย่านช้อปปิ้งเมืองแคนเทอร์บิวรี