ตำนานสามเศร้าองค์หญิงเกาหลี

ตำนานสามเศร้าองค์หญิงเกาหลี

ตำนานรักสามเศร้าที่ถูกกล่าวขานว่าน่าเศร้าสลดเป็นที่สุดเรื่องหนึ่ง ภายหลังจากที่ได้เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ขององค์ชายโฮดง บุ๊กกูได้รับรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดและภาระหน้าที่ที่แสนเจ็บปวด นั่นก็คือ ความจริงที่ว่าทรงเป็นองค์หญิงชา-มย็อง แห่งแคว้นนังนังและจำเป็นต้องกำจัดองค์ชายแห่งแคว้นโกคูรยอ จึงได้เสด็จกลับไปยังพระราชวังจินยาง กรุงวังกอมซอง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนังนัง พร้อมกับได้มอบหมายหน้าที่นี้แต่เนื่องพระองค์ยังทรงมีความผิดติดตัวคือการสังหารแม่ทัพใหญ่ของนังนัง จึงได้ทำการจัดฉากการประหารองค์หญิงชา-มย็องขึ้น และองค์หญิงชา-มย็องได้ตัดสินใจบำเพ็ญเพื่อเป็นธิดาเทพ แห่งอาณาจักรนังนัง และหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับแม่ทัพใหญ่วังโฮในขณะที่พระเจ้าแดมูซินกับองค์ชายโฮดงได้ว่าแผนจัดฉากเพื่อที่องค์ชายจะได้ไปเป็นไส้ศึกภายในอาณาจักรนังนัง โดยอาศัยความรักของ องค์หญิงลาฮีซึ่งเป็นองค์หญิงรัชทายาทแห่งนังนัง เป็นเครื่องมือ และด้วยความรักขององค์หญิงนังนังที่มีให้ต่อองค์ชายโฮดง ทำให้ยอมขายชาติ และสังหาร องค์หญิงชา-มย็อง พระราชขนิษฐาที่พระองค์แสนชัง ด้วยมือของพระองค์เอง แต่ภายหลังโกคูรยอชนะศึก องค์ชายโฮดงได้ผิดสัญญาที่ได้ให้ไว้กับองค์หญิงนังนัง และสุดท้ายองค์หญิงลาฮีก็ได้ถูกประชาทัณฑ์จากประชาชนโดยที่องค์ชายโฮดงไม่สามารถช่วยอะไรได้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้องค์ชายโฮดงต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักคือ องค์หญิงชา-มย็อง และต้องรู้สึกผิดไปตลอดกาลกับ องค์หญิงลาฮี และยังกลายเป็นบุตรเขยที่สังหารพระบิดาและพระมารดาของพระชายา

ตำนานรักมะเมียะสาวพม่า

ตำนานรักมะเมียะสาวพม่า

มะเมียะเป็นแม่ค้าสาวชาวพม่า พบรักกับเจ้าอุตรการโกศล ศุขเกษม ณ เชียงใหม่เจ้าอุตรการโกศลแห่งนครเชียงใหม่ เมื่อเจ้าน้อยฯ อายุ 19 ปี ขณะที่เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้ออกเดินเที่ยวในตลาด จึงได้คบหากันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โดยทั้งสองได้สาบานต่อกัน ณ ลานหน้าพระธาตุใจ้ตะหลั่น ว่า จะรักกันตลอดไปและจะไม่ทอดทิ้งกัน หากผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น มะเมียะก็ได้ปลอมตัวเป็นชายติดตามขบวนเพื่อกลับไปยังเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า ตามความต้องการของเจ้าน้อยฯ โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของเจ้าน้อยฯ ได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวลให้เจ้าน้อยฯ ไว้แล้วเมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามรีมหาเทวี มอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบขวัญแก่พ่อแม่และน้อง จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนดเดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใดๆ มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษมหลังจากที่ทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศลฯ กับเจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีแต่แต่เจ้าน้อยไม่กล้าพบมะเมียะจึงมอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน 80 บาท ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะและเจ้าน้อยต่างสะเทือนใจเป็นที่สุดหลังจากเดินทางถึงเมืองมะละแมร่งแม่ชีมะเมียะจึงตัดสินใจบวชตลอดชีวิต

ตำนานรักโรเมโอและจูเลียต

ตำนานรักโรเมโอและจูเลียต

โรเมโอและจูเลียต เป็นนิยายของชาวยุโรปที่แต่งขึ้นโดย วิลเลียม เชกสเปียร์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งของสองตระกูล ในเมืองเวโรนา ประเทศอิตาลีเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อโรเมโอแห่งตระกูลมอนตาคิวได้แอบแฝงกายเข้าไปในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ตและได้พบกับจูเลียต เพียงทั้งคู่สบตากันทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน แต่กลับมีอุปสรรคเพราะความบาดหมางกันของทั้ง 2 ตระกูล โรเมโอกับจูเลียตจึงได้จัดการแต่งงานกันอย่างลับ ๆ วันหนึ่งเมอร์คิวชิโอ เพื่อนรักของโรเมโอเกิดการทะเลาะกับญาติของจูเลียตและญาติของจูเลียตก็ได้ฆ่าเพื่อนรักของโรเมโอตาย โรเมโอโกรธมากจึงได้พลั้งมือฆ่าญาติของจูเลียตตาย โรเมโอจึงได้รับคำตัดสินให้เนรเทศออกนอกเมืองตลอดกาล ฝ่ายจูเลียตต้องแต่งงานโดยที่จูเลียตไม่ต้องการ จูเลียตจึงพยายามหาทางที่จะหลีกหนีงานแต่งงาน เมื่อจูเลียตได้รู้เรื่องยาวิเศษที่ทำให้หลับเหมือนตายจากบาทหลวงที่ทำพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่จึงกินเข้าไป จากนั้นบาทหลวงก็ส่งม้าเร็วส่งสารถึงแผนการดังกล่าวแก่โรมิโอ แต่โรเมโอสวนกับคนส่งสาร โรเมโอมาถึงเข้าใจว่าจูเลียตตายจริงๆ จึงเสียใจมากจึงดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย โรเมโอสิ้นใจเพียงครู่เดียวจูเลียตก็ฟื้นขึ้นมา พอจูเลียตเห็นดังนี้นจึงใช้กริชของโรเมโอฆ่าตัวตายตามโรเมโอไป บิดามารดาและญาติทั้งสองตระกูลเสียใจมาก จึงเลิกวิวาทบาดหมางกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ตำนานรักสะพานสารสิน

ตำนานรักสะพานสารสิน

ความรักที่เหมือนนิยายน้ำเน่าเรื่องนี้ ถูกถ่ายทอดจากชีวิตจริงของหญิงสาวที่มีฐานะดีแห่งเมืองภูเก็ต กับกระทาชายนายหนึ่งที่เป็นเพียงคนขับรถรับจ้างหางแถวเท่านั้น ทั้งคู่ถูกขัดขวางทุกวิถีทางจากพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ให้ครองคู่อยู่กิน จนในที่สุดเมื่อความรักถึงทางตัน วันที่ 22 ก.พ. 2516 ทั้งคู่ผูกผ้าขาวม้าเอาตัวติดกัน แล้วกระโดดลงจากสะพานสารสินลงสู่ทะเล หลังจากนั้นสะพานแห่งนี้ได้ถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์รักแท้แห่งเมืองภูเก็ตสืบมาสะพานสารสิน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นสถานที่ที่เป็นตำนานความรักของหนุ่มสาวสองคนที่ไม่สมหวัง คือ โกดำ ดำ แซ่ตันกับ กิ๊ว กาญจนา แซ่หงอ ที่มีความแตกต่างกันทางฐานะ ด้วยโกดำเป็นเพียงคนขับรถสองแถวรับจ้างและรับจ้างกรีดยาง ขณะที่กิ๊วมีฐานะที่ดีกว่า และเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู โดยที่ผู้ใหญ่ทางบ้านของกิ๊วได้กีดกั้นทั้งสองคบหากัน ในที่สุดทั้งคู่จึงตัดสินใจกระโดดน้ำตายที่กลางสะพานสารสิน ด้วยการใช้ผ้าขาวม้ามัดตัวทั้งสองไว้ด้วยกัน ซึ่งเรื่องราวของทั้งคู่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ คือ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2530 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง และจินตรา สุขพัฒน์ และ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2541 นำแสดงโดย นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล และคทรีน่า กลอส ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทางช่อง 3นอกจากนี้แล้ว ยังมีเรื่องเล่ากันว่า ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จะมีกระต่ายสีขาวตาสีแดงคู่หนึ่ง […]

เมิ่งเจียงหนี่

เมิ่งเจียงหนี่

ในสมัยราชวงศ์จิ๋น มีหญิงสาวที่มีความงดงามทั้งกายและใจ ชื่อว่าเมิ่งเจียงหนี่ เธอเกิดรักแรกพบกับหนุ่มฟ่านสี่เหลียง หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากพ่อแม่ ทั้งคู่ก็ได้เตรียมจะแต่งงานกัน ในตอนนั้นจิ๋นซีฮ่องเต้ต้องการสร้างกำแพงเมืองจีน จึงได้เกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นคนงานในวันที่ทั้งคู่กำลังจะเข้าหอนั้น ฟ่านสี่เหลียงก็ได้ถูกจับตัวไปสร้างกำแพง และได้ถูกส่งตัวไปทำงานในแดนอันไกลโพ้น เมิ่งเจียงหนี่โศกเศร้าอาดูรเป็นอย่างมาก เฝ้าแต่คิดถึงสามีตลอดทั้งวันทั้งคืน อากาศนับวันยิ่งหนาวเหน็บลงทุกวัน เมิ่งเจียงหนี่จึงได้ตั้งใจทำเสื้อกันหนาว แล้วตัดสินใจออกเดินทางเพื่อนำเสื้อกันหนาวไปส่งให้สามี เมิ่งเจียงหนี่ฝ่าฟันกับพายุหิมะด้วยความยากลำบาก ในที่สุดเธอก็มาถึงกำแพงเมืองจีน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือกำแพงที่ตั้งตระหง่าน เธอหาสามีของตนเองไม่เจอ เมื่อสอบถามผู้คนแล้วจึงทราบว่าฟ่านสี่เหลียงถูก ใช้แรงงานอย่างหนักจนเสียชีวิต ร่างของเขาได้ถูกฝังอยู่ใต้กำแพง เธอร้องไห้อยู่สามวันสามคืน จนสะเทือนถึงสวรรค์เบื้องบน สวรรค์จึงบันดาลให้กำแพงพังทลายลง แปดร้อยลี้ แล้วศพของฟ่านสี่เหลียงก็โผล่ขึ้นมาจากกองอิฐ ในที่สุดนางก็ได้พบสามีที่เฝ้าคำนึงหามานานตำนานรักเรื่องนี้อิงมาจากประวัติศาสตร์จีนที่ในยุคสมัยของราชวงศ์จิ๋นนั้นถึงแม้จะหมดยุคสงครามไปแล้วแต่ก็เป็นการพัฒนาบ้านเมืองหลังจากที่ราชวงศ์จิ๋นได้รวมแผ่นดินได้สำเร็จประกอบกับผู้ปกครองไม่มีความเมตตาธรรมทำให้การพัฒนาบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกิดเป็นตำนานรักในครั้งนี้ขึ้น

ไป๋เหนียงจื่อและสวี่เซียน

ไป๋เหนียงจื่อและสวี่เซียน

ในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง ทัศนียภาพบริเวณทะเลสาบซีหูในเมืองหางโจวจะเต็มไปด้วยสีแดงจากมวลดอกไม้และสีเขียวจากต้นหลิวซึ่งดูแล้วสวยงามยิ่งนัก ยามนี้นางนางพญางูขาวไป๋สู้เจินและนาวพญางูเขียวเสี่ยวชิงเป็นงูที่บำเพ็ญภาวนานานหลายปีก็ได้แปลงกายเป็นสาวงามออกมาเที่ยวเล่น ขณะนั้นฝนได้ตกลงมาปรอยๆ สองสาวได้ยืมร่มจากบัณฑิต หนุ่มคนหนึ่งนามว่าสวี่เซียง ไป๋สู้เจินและสวี่เซียนก็ได้ตกหลุมรัก ซึ่งกันและกัน ไม่นานทั้งคู่ก็ได้ตกลงเป็นสามีภรรยากัน และได้เปิดร้านยาแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วย ทั้งคู่ครองรักกันอย่างเป็นสุขเรื่อยมา ทว่ามีนักบวชจากวัดจินซานท่านหนึ่งนามว่าฝาไห่ พบว่ามีปีศาจและมนุษย์อยู่ร่วมกัน จึงไม่เห้นชอบและต้องการจะแยกท้งคู้ออกจากกัน โดยบอกให้สวี่เซียนทราบว่าไป๋สู้เจินเป็นปีศาจ จะแปลงกายมาในร่างมนุษย์ และได้หากลวิธีที่จะให้ไป๋สู้เจินคืนร่างเดิม จากนั้นก็ขังสวี่เซียนไว้ที่วัดจินซาน ไป๋สู้เจินและเสี่ยวชิงก็ได้เดินทางมาที่วัด วัดจินซานเพื่อช่วยสวี่เซียน แต่นักบวชฝาไห่ไม่ยอมปล่อยคลื่นน้ำมาให้ท่วมวัดจินซาน และประลองยุทธกับนักบวชฝาไห่ เนื่องด้วยนางมีครรภ์ จึงแพ้ต่อนักบวชฝาไห่ และถูกดูดลงไปในบาตรทองคำ นักบวชได้นำบาตรทองคำไปฝังไว้ที่ใต้เจดีย์เหลยเฟิง ข้างทะเลสาบซีหู ความรักของทั้งคู่ก็ได้แยกจากกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนเสี่ยวชิงนั้นได้หนีจากวัดจินซานไป และได้ฝึกบำเพ็ญตนให้แข็งแกร่งขึ้น ในที่สุดก็สามารถฝึกจนสำเร็จและต่อสู้จนชนะนักบวชฝาไห่ได้ช่วยไป๋สู้เจินที่ถูกฝังใต้เจดีย์ออกมา ไป๋สู้เจิน และสวี่เซียนก้ได้กลับมาครองรักกันอีกครั้งหนึ่ง ตำนานรักนางพญางูขาวนี้ได้สร้างจินตนาการเกี่ยวกับความงดงาม ความเมตตา และความอดทนของ เซียนงู และยังพรรณนาถึงความรักที่สวยงามลึกซึ้งอีกด้วย